นิสิตปริญญาตรีทุกคน ต้องปฏิบัติตามระเบียบ "ข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2521"

การยื่นคำร้องต่าง ๆ ของนิสิต ใช้แบบฟอร์มตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งนิสิตสามารถขอแบบคำร้องได้จากห้อง 106 ชั้นล่าง สำนักทะเบียนและประมวลผล การยื่นคำร้องทุกประเภท สำหรับนิสิตชั้นปีที่ 1 และนิสิตที่ยังไม่สังกัดสาขาวิชาเอก ให้เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาลงนามเห็นชอบแล้ว ให้นำมายื่นเสนอคคณบดีต่อไป

หลักสูตรการศึกษาหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรี
ตามหลักสูตรการศึกษาปกติเป็นหลักสูตร 4 ปี

ระบบการศึกษา (Educational System)
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ใช้ระบบการศึกษาตามหลักสากล โดยคำนึงถึงความเหมาะสม และประโยชน์อันจะบังเกิดขึ้นแก่นิสิตเป็นสำคัญดังนี้ คือ
1. การแบ่งระยะเวลาการศึกษาเป็นทวิภาค (Semester System) ใน 1 ปีการศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ภาคการศึกษา (Two Regular System) ซึ่งเป็นภาคการศึกษาปกติ ในภาคเรียนหนึ่งจะมีเวลาเรียนนานประมาณ 15 สัปดาห์ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยอาจเปิดภาคฤดูร้อน ซึ่งเป็นภาคการศึกษาไม่บังคับเพิ่มขึ้นอีก 1 ภาคการศึกษา ใช้เวลาเรียนประมาณ 6 สัปดาห์ โดยจัดชั่วโมงเรียน (Summer Session) ให้เท่ากับภาคการศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตที่สนใจใคร่เรียนรู้ได้ศึกษาเพิ่มเติมอีกด้วย
2. กำหนดเวลาเปิดภาคการศึกษา ภาคต้น ระหว่างเดือน มิถุนายน-ตุลาคม ภาคปลาย ระหว่างเดือน พฤศจิกายน-มีนาคม ภาคฤดูร้อน ระหว่างเดือน เมษายน-พฤษภาคม
3. การวัดปริมาณการศึกษาประจำกระบวนรายวิชาเป็นหน่วยกิต (Credit System) มหาวิทยาลัยจัดเนื้อหาวิชาที่จะสอนออกเป็นรายวิชา (Course) และกำหนดปริมาณการศึกษาหรือน้ำหนักรายวิชาเป็นหน่วยกิต (Credit) การกำหนดจำนวนหน่วยกิตถือหลักว่ารายวิชาใดที่ใช้เวลาบรรยาย 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในภาคเรียนปกติ ให้ถือว่ามีค่าเป็น 1 หน่วยกิต หรือรายวิชาใดที่ใช้เวลาเรียนในการปฏิบัติทดลอง 2-3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในภาคเรียนปกติ มีค่าเป็น 1 หน่วยกิต ทั้งนี้ 1 ภาคการศึกษาจะใช้เวลาเรียนไม่น้อยกว่า 15 สัปดาห์

การวัดผลการศึกษา
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้ระดับคะแนน (Grade) เป็นตัวแสดงผลการศึกษาของนิสิตในแต่ละรายวิชา (รายละเอียดตามข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรีของมหาวิทยาลัย) เมื่อนิสิตได้ระดับคะแนน F (ตก) ในรายวิชาใดที่เป็นรายวิชาบังคับในหลักสูตร นิสิตจะต้องเรียนซ้ำวิชานั้นเมื่อสอบได้ครบถ้วนทุกลักษณะวิชาและผ่านการฝึกงานภาคสนามตามความต้องการของหลักสูตรแล้วนิสิตจะมีสิทธิได้รับการเสนอชื่อต่อสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อขออนุมัติปริญญาโดยต้องมีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมสำหรับรายวิชาทั้งหมดที่เรียนไม่ต่ำกว่า 2.00 และถ้าเรียนครบตามหลักสูตรแล้ว แต่ระดับแต้มคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ถึง 2.00 มีสิทธิขอรับอนุปริญญาได้

ค่าธรรมเนียมการศึกษา
ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

การลงทะเบียน
แบบคำร้องต่าง ๆ มีหลายประเภทดังนี้
1. ใบคำร้องทั่วไป นิสิตใช้คำร้องนี้ได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องที่มีแบบคำร้องเฉพาะตามข้อ 2-8 ข้างล่างนี้
2. ใบลาป่วย ลากิจ
3. ใบคำร้อง ขอใบรับรองฐานการศึกษา
4. ใบขอลาพักการศึกษา
5. ใบขอลาออก ใบขอถอนค่าประกันเสียหาย
6. ใบขอจบการศึกษา
7. ใบขอเข้าสาขาวิชาเอก ใบขอเปลี่ยนสาขาวิชาเอก
8. ใบรายงานคะแนน และใบแปลปริญญาบัตร (ขอที่สำนักทะเบียนและ ประมวลผล)

จำนวนหน่วยกิตต่อภาคการศึกษา
ภาคการศึกษาปกติ ไม่ต่ำกว่า 9 หน่วยกิต ไม่เกิน 22 หน่วยกิต ถ้าต้องการลงทะเบียนเรียนนอกเหนือจากเกณฑ์นี้ต้องได้รับอนุมัติจากคณบดี

ภาคฤดูร้อน
นิสิตทุกคนที่สนใจเรียนภาคฤดูร้อนลงทะเบียนได้ไม่เกิน 7 หน่วยกิต ถ้าต้องการลงทะเบียนเรียนนอกเหนือจากเกณฑ์นี้ต้องได้รับอนุมัติจากคณบดี

สถานภาพนิสิตและการพ้นสภาพนิสิต
สถานภาพนิสิต
นิสิตปกติคือนิสิตที่ได้ G.P.A. ไม่ต่ำกว่า 2.00 นิสิตรอพินิจคือนิสิตที่ได้ G.P.A. ต่ำกว่า 2.00
การพ้นสภาพนิสิต
- มี G.P.A. ต่ำกว่า 1.50 ยกเว้นนิสิตใหม่ที่เข้าศึกษาเป็นภาคแรก
- มี G.P.A. ต่ำกว่า 1.75 เป็นเวลาสองภาคการศึกษาปกติติดต่อกัน (ยกเว้นภาคการศึกษาภาคแรกของนิสิตใหม่)
- ดำรงสถานภาพนิสิตครบสองเท่าของจำนวนปีการศึกษากำหนดไว้ในหลักสูตร แต่ไม่อยู่ในข่ายที่จะจบการศึกษาได้
- ไม่ลงทะเบียนเรียนให้เสร็จสิ้นภายในสามสัปดาห์ นับแต่วันเปิดการศึกษา - ไม่ชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาเพื่อรักษาสถานภาพนิสิต ภายใน 15 วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียน
- พักการศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาตตามระเบียบข้อบังคับ

รางวัลการเรียนดี
นิสิตจะมีสิทธิได้รับการเรียนดี เมื่อมีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมเฉพาะปีการศึกษานั้น 3.50 รายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนต้องไม่เป็นรายวิชาที่เรียนซ้ำ เพราะสอบตกหรือเรียนซ้ำรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนโดยไม่นับหน่วยกิต (Audit) มาก่อนแล้ว นิสิตปีสุดท้ายของแต่ละหลักสูตรไม่อยู่ในข่ายของการได้รับรางวัลเรียนดี

เกียรตินิยม
คุณสมบัติด้านการศึกษาของนิสิตที่จะได้รับปริญญาเกียรตินิยม
- ไม่เคยสอบตกในรายวิชาใดตลอดหลักสูตร
- ไม่เคยเรียนซ้ำรายวิชาใดเพื่อเปลี่ยนแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม (regrade)
- ไม่เคยเรียนซ้ำเพื่อนับหน่วยกิตในรายวิชาที่เคยลงทะเบียนเรียนโดยไม่นับ หน่วยกิตมาก่อน
- ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม 3.5 ขึ้นไป สำหรับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และ 3.25 ขึ้นไปสำหรับเกียรตินิยมอันดับสอง
- เรียนจบภายในกำหนดเวลาจำนวนปีที่ระบุไว้ในหลักสูตร ต้องไม่เป็นนิสิตที่ได้รับเทียบรายวิชา ยกเว้นเป็นรายวิชาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมิใช่การเทียบโดยอาศัยการสอบคัดเลือกเข้ามาใหม่หรือการได้รับเลือกเข้ามาใหม่ หรือการได้รับคัดเลือกเข้าศึกษา บัณฑิตที่ได้รับปริญญาเกียรตินิยม มีสิทธิประดับเครื่องหมายเกียรตินิยม

การเรียนภาษาอังกฤษ
ทุกหลักสูตรในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ระบุให้เรียนภาษาอังกฤษ จะกำหนดให้เรียนภาษาอังกฤษอย่างน้อย 9 หน่วยกิต ทั้งนี้ไม่นับรวมวิชา 355111 3 หน่วยกิต ซึ่งเป็นพื้นฐานวิชาแรกในการเรียนภาษาอังกฤษจะเป็นการเรียนโดยไม่ได้หน่วยกิต ผลการเรียนจะระบุเป็นผ่าน (PASS) หรือไม่ผ่าน (NOT PASS) นิสิตที่เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2531 เป็นต้นไป จะต้องถูกวัดความรู้ภาษาอังกฤษ โดยใช้คะแนนจากการสอบคัดเลือกวิชาภาษาอังกฤษ หรือจาก การทดสอบโดยคณะมนุษยศาสตร์

การขอรับและอนุมัติปริญญา
นิสิตจะขอรับปริญญาได้เมื่อ
- เรียนครบตามหลักสูตรของสาขาวิชา และมีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00 แต่ถ้าไม่ถึง 2.00 มีสิทธิขอรับอนุปริญญาได้
- ยื่นคำร้องแสดงความจำนงขอรับปริญญาหรืออนุปริญญาภายใน 30 วัน นับจากวันเปิดเรียนของภาคการศึกษาสุดท้ายที่นิสิตคาดว่าจะสอบได้หน่วยกิตครบถ้วนตามหลักสูตร โดยคณบดีจะเป็นผู้พิจารณาเสนอชื่อผู้สมควรได้รับปริญญาหรืออนุปริญญา
- นิสิตไม่มีหนี้สินต่อภาควิชา คณะ หรือมหาวิทยาลัย
- นิสิตเป็นผู้มีความประพฤติที่ไม่ชัดต่อระเบียบของมหาวิทยาลัย และ
- สภามหาวิทยาลัยจะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติปริญญาหรืออนุปริญญา
- พิธีประสาทปริญญาจะมีปีละ 1 ครั้ง โดยปกติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในเดือนกรกฎาคมของทุกปี

การเรียนโดยไม่นับหน่วยกิต (AUDIT)
- ใช้ระเบียบการลงทะเบียนและการเรียนตามปกติ
- วิชาที่มีปฏิบัติการ (Lab) จะทำหรือไม่ ขึ้นกับอาจารย์ประจำวิชา
- ไม่นับหน่วยกิตรวมในหลักสูตร - ต้องใส่คำว่า "Audit" ไว้ในช่องประเภทการลงทะเบียน
- ไม่ถือเป็นรายวิชาบังคับก่อน (Prerequisite)
- ผลการศึกษาเป็น S หรือ U

การเรียนซ้ำเพื่อยกระดับคะแนน (REGRADE)
- ต้องเป็นรายวิชาที่ได้แต้มคะแนนต่ำกว่า 2.00 (ได้เกรดต่ำกว่า C)
- การคิดแต้มคะแนนเฉลี่ยสะสม ต้องคิดทั้งคะแนนเดิมและคะแนนใหม่
- ในภาคการศึกษาที่จะขอเรียนซ้ำนั้น นิสินต้องลงทะเบียนเรียนรายวิชาอื่น ๆ ในหลักสูตรไม่ต่ำกว่า 12 หน่วยกิต ยกเว้นในกรณีที่จะจบการศึกษา
- ต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาทุกรายวิชา

ระเบียบการเรียน
- ต้องเรียนติดต่อกันทุกภาคการศึกษาปกติ ยกเว้นได้รับการอนุมัติให้ลาพัก การศึกษาชั่วคราวจากคณบดี
- ต้องสอบไล่ได้ทุกรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนไว้ ถ้าสอบตกรายวิชาเลือกเสรี อาจจะเลือกรายวิชาอื่นทดแทนได้โดยได้รับอนุมัติจากคณบดี
- ต้องเรียนในมหาวิทยาลัยไม่ต่ำกว่า 4 ภาคการศึกษาปกติ และใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 2 เท่า ของจำนวนปีการศึกษาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร ต้องสอบไล่ได้ครบรายวิชาและหน่วยกิตในหลักสูตรและได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00 จึงจะมีสิทธิ์ขอรับปริญญาตรี และต้องได้ไม่ต่ำกว่า 3.00 จึงจะมีสิทธิ์ขอรับปริญญาโทหรือปริญญาเอก
- ถ้าเรียนตกวิชาบังคับก่อน (prerequisite) จะลงทะเบียนเรียนรายวิชาต่อเนื่องได้เมื่อลงรายวิชาบังคับก่อนที่สอบตกนั้นควบคู่กับรายวิชาต่อเนื่อง และถ้าสอบตกรายวิชาบังคับก่อน การลงทะเบียนรายวิชาบังคับต่อเนื่องจะถือเป็นโมฆะ
- ถ้าขาดเรียนวิชาใดโดยไม่ได้รับอนุญาตเกินร้อยละ 20 ของเวลาเรียนทั้งหมด จะหมดสิทธิ์เข้าสอบไล่ และถือว่าสอบตกวิชานั้น

ระเบียบการสอบ
- การสอบทุกครั้งนิสิตต้องเข้าสอบตามวันเวลาและสถานที่ที่อาจารย์ประจำวิชากำหนดไว้
- ถ้านิสิตไม่สามารถเข้าได้ด้วยเหตุจำเป็น ต้องยื่นคำร้องผ่านอาจารย์ประจำวิชา ภายในเจ็ดวัน และจะต้องสอบให้เสร็จภายในเวลาสามสิบวันนับจากวันที่ไม่ได้เข้าสอบ ทั้งนี้นิสิตต้องชำระค่าธรรมเนียมการสอบชดเชยหน่วยกิตละ 20 บาท
- การสอบทุกครั้งนิสิตต้องใช้กระดาษสอบที่อาจารย์ประจำวิชาจัดให้ และจะนำ กระดาษข้อสอบออกจากห้องสอบมิได้
- นิสิตต้องปฏิบัติตามระเบียบการสอบจากคำชี้แจงของอาจารย์ผู้ควบคุมการสอบ การทำการทุจริต หรือส่อทุจริตในการสอบด้วยวิธีใดก็ตาม ถือว่าสอบตกในรายวิชานั้น
- การส่อทุจริตในการสอบ เช่น การไม่ปฏิบัติตามระเบียบการสอบ หรือคำชี้แจงของอาจารย์ผู้ควบคุมการสอบ นำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับวิชาที่สอบเข้าไปในห้องสอบจะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตามระดับโทษ คือพักการศึกษา 1 ภาคการศึกษา
- การทำการทุจริตในการสอบ เช่น นำเอกสารทุกชนิดเกี่ยวกับวิชาที่สอบไปใช้ คัดลอกในการสอบ คัดลอกคำตอบผู้อื่น ให้ผู้อื่นคัดลอกคำตอบของตน เข้าสอบแทนกัน ระดับโทษ คือ พักการศึกษา 1 ปีการศึกษา ผู้ที่กระทำผิดเป็นครั้งที่ 2 มีโทษสถานเดียวคือให้ออก

การยกเว้นค่าหน่วยกิต
1. สอบได้ 5A ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต นิสิตที่สอบได้ระดับคะแนน A อย่างน้อย 5 รายวิชา และมีจำนวนหน่วยกิตไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต จะได้รับการยกเว้นค่าหน่วยกิตในภาคการศึกษาปกติ ภาคถัดไป (ภาคฤดูร้อนไม่ยกเว้นให้) โดยนิสิตต้องขอตรวจสอบและประทับตรา "ยกเว้นค่าหน่วยกิต" ในบัตรลงทะเบียนเรียน (KU1) ก่อนจะชำระเงินค่าธรรมเนียม
2. นิสิตที่มีคุณสมบัติตามระเบียบว่าด้วยการเสริมสร้างค่านิยมที่ดีของนิสิต ตามข้อ 5 ของระเบียบว่าด้วยการเสริมสร้างค่านิยมที่ดีของนิสิต พ.ศ. 2537 นิสิตซึ่งมีคุณสมบัติหรือได้แสดงความสามารถดีเด่นในด้านต่าง ๆ จะได้รับการประกาศเกียรติคุณ ยกเว้นค่าธรรมเนียมการศึกษา หรือได้รับรางวัลอื่นตามหลักเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด ทั้งนี้จะมีคณะกรรมการประเมินผลการคัดเลือกนิสิต ซึ่งแต่งตั้งโดยอธิการบดีเพื่อพิจารณาคุณสมบัติและความสามารถในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. การเรียน
2. ผลงานความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
3. กิจกรรมนอกหลักสูตร
4. กีฬา
5. ความประพฤติ

การลา
การลามี 3 ประเภท คือการลาป่วยหรือลากิจ การลาพักการศึกษา และการลาออก
1. การลาป่วยหรือลากิจ
- ให้ยื่นใบลาต่ออาจารย์ที่ปรึกษาทุกครั้ง
- การลาป่วยติดต่อกันเกิน 15 วัน ต้องมีใบรับรองแพทย์แนบมาด้วย และ การลาที่ติดต่อกันเกิน 15 วัน ต้องมีใบหนังสือรับรองของผู้ปกครองแนบมาด้วยทุกครั้ง
- อาจารย์ที่ปรึกษาอนุญาตให้ลาได้ครั้งละไม่เกิน 3 วัน หัวหน้าภาควิชาอนุญาต ให้ลาได้ไม่เกิน 7 วัน นอกเหนือจากนี้เป็นอำนาจของคณบดี
- เมื่อได้รับอนุญาตให้ลาแล้ว นิสิตต้องนำหลักฐานไปแสดงต่อสำนักทะเบียนและประมวลผล เพื่อแจ้งอาจารย์ประจำวิชาต่อไป
2. การลาพักการศึกษา
- นิสิตจะขอลาพักการศึกษาได้เมื่อ
1. ถูกเกณฑ์หรือระดมเข้ารับราชการทหาร
2. ได้รับทุนแลกเปลี่ยนนิสิตระหว่างประเทศ หรือทุนอื่นใดที่มหาวิทยาลัยเห็นควรสนับสนุน
3. ประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วย จนไม่สามารถศึกษาต่อได้
- ให้ยื่นใบลาพร้อมด้วยหลักฐาน และคำรับรองของผู้ปกครองเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อเสนอขอนุญาตต่อคณบดีต่อไป
- ขอลาพักได้ครั้งละไม่เกิน 2 ภาคการศึกษาปกติ
- นิสิตที่ลาพักตามข้อ 2 และ 3 ต้องชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาเพื่อรักษาสถานภาพการเป็นนิสิต
- เมื่อจะกลับเข้าศึกษาจะต้องยื่นคำร้องต่อสำนักทะเบียนและประมวลผลภายใน 2 สัปดาห์ก่อนวันเปิดภาคเรียน
3. การลาออก
- ต้องยื่นใบลาพร้อมหนังสือรับรองของผู้ปกครอง และใบปลอดหนี้ต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อเสนอคณบดีอนุมัติต่อไป
หมายเหตุ เมื่อนิสิตไม่ต้องการเรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อีกต่อไป ควรมายื่นใบลาออก ให้ถูกต้องเพื่อจะได้ไม่มีชื่อถูกคัดออกจากมหาวิทยาลัย

วินัยนิสิต
- นิสิตต้องปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัยโดยเคร่งครัด
- นิสิตต้องปฏิบัติตามหลักศีลธรรม และวัฒนธรรมของสังคมไทยในทุกโอกาส
- นิสิตต้องละเว้นการประพฤติใด ๆ ที่นำมาหรืออาจนำมาซึ่งความเสียหายแก่ตนเองและมหาวิทยาลัย
- นิสิตต้องรักษาความสามัคคีในหมู่คณะ
- นิสิตจะต้องไม่เสพสุราหรือสิ่งเสพติดใด ๆ จนครองสติไม่อยู่ และเป็นสาเหตุให้เสื่อมเสียแก่ตนเอง ผู้ปกครองและมหาวิทยาลัย
- นิสิตไม่พกอาวุธ หรือระเบิดเมื่ออยู่ในมหาวิทยาลัย
- นิสิตไม่ก่อเรื่องวิวาทกับผู้ใดทั้งภายนอกและในมหาวิทยาลัย
- นิสิตไม่เล่นการพนันทุกประเภทในมหาวิทยาลัย
- นิสิตไม่จัดสิ่งพิมพ์หรือสื่ออื่นใด ๆ อันอาจจะกระทบกระเทือนผู้อื่น ออกเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัย
- นิสิตไม่จัดการประชุมหรือการชุมนุมใด ๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจาก รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต
- นิสิตไม่ทำลายทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย - นิสิตไม่มีสิ่งของผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง
- นิสิตไม่ประพฤติตนเป็นอันธพาล
- นิสิตต้องแสดงบัตรประจำตัวนิสิตได้ทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบ
- นิสิตต้องแจ้งให้มหาวิทยาลัยทราบทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำมะโนครัวหรือ ที่พักอาศัย

การลงโทษทางวินัย
การลงโทษนิสิตที่กระทำผิดทางวินัยมี 9 สถาน
1. ตักเตือน
2. ภาคทัฑ์หรือทำทัณฑ์บน
3. ให้ชดใช้ค่าเสียหาย
4. ให้พักการศึกษาตั้งแต่ 1 ภาคถึง 3 ปีการศึกษา
5. ระงับการให้ปริญญาและอนุปริญญาไม่เกิน 3 ปีการศึกษา
6. ระงับการออกใบแสดงผลการศึกษาและใบรับรองใด ๆ ไม่เกิน 3 ปีการศึกษา
7. ระงับการออกปริญญาบัตรไม่เกิน 3 ปีการศึกษา
8. ให้ออกในใบแสดงผลการศึกษาว่าถูกให้ออกจากการศึกษาหรือ "dismissed"
9. ไล่ออกโดยระบุในใบแสดงผลการศึกษาว่าไล่ออกหรือ "dishonorably expelled"